หน้าแรก | ประวัติบริษัท | ประเภทสินค้า | สำหรับนักลงทุน | ติดต่อเรา | แจ้งร้องเรียน | แผนผังเว็บไซต์

สินค้าพร้อมสำหรับลูกค้า ราคายุติธรรม คุณภาพมาตราฐานสากล หุ้นส่วนที่คุณวางใจ For more than three decades, Thai Rubber Latex Corporation has stably become one of the most recognized concentrated latex producer in Thailand and gained numerous reputations within rubber industry worldwide. We have been continuously improving our manufacturing process, logistics network, and material supply management to ensure that we are fully capable of delivering the finest product to our customers when they want. Our devotions to quality are aimed at providing real customer benefits, the benefits that last resulting in maximum customer satisfaction. Thai Rubber Latex Corporation is a leading manufacturer and exporter of latex concentrate, disposable rubber gloves, extruded rubber threads, and various rubber products. Our core competitiveness is derived from consistency of supply, high-quality products, spontaneous customer services. That is contributable to our success.

::: Investor Relation :::
  ข่าวบริษัท
  รายงานสถานะทางการเงิน
 
 

 

:: ::    

 
  คำอธิบายและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ ไตรมาส 2 ปี 2561
คำอธิบายและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ ไตรมาส 1 ปี 2561

10 สิงหาคม 2561

 

เรื่อง          คำอธิบายและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ ไตรมาส 2 ปี 2561

เรียน         กรรมการและผู้จัดการ

                   ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

                   

                   ผลการดำเนินงานรวมของกลุ่มบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TRUBB) ในไตรมาสที่ 2 ปี 2561 มีผลกำไรก่อนภาษี 15 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายภาษี 2 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิหลังภาษี 13 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2560 บริษัทมีผลกำไรเพิ่มขึ้น 41 ล้านบาท และสำหรับงวด 6 เดือน ของปี 2561 มีผลกำไรก่อนภาษี 151 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายภาษี 12 ล้านบาท เป็นกำไรสิทธิหลังภาษี 139 ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลกำไรสำหรับงวด 6 เดือน ของปี 2560 มีผลกำไรก่อนภาษี 86 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายภาษี 6 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิหลังภาษี 80 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯมีผลกำไรหลังภาษีเพิ่มขึ้น 59 ล้านบาท สาเหตุมาจากยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์จากยางเพิ่มขึ้นและต้นทุนในการผลิตลดลงจากราคาน้ำยางสดในปี 2561 มีการปรับตัวลง จากราคา 67.10 บาทต่อกิโลกรัมในครึ่งปีแรกของปี 2560 เป็น 45.60 บาท ต่อกิโลกรัมในครึ่งปีแรกของปี2561 (ข้อมูลจาก Website : การยางแห่งประเทศไทย)

                   สำหรับงบการเงินสำหรับงวด 6 เดือน ของปี 2561 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 มีรายได้จากการขายและบริการ 3,836 ล้านบาท ลดลง 1,256 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 25 ซึ่งเป็นผลจากการที่ราคายางที่ปรับตัวลง สำหรับต้นทุนขายและบริการ 3,298 ล้านบาท ลดลง 1,299 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2560 คิดเป็นร้อยละ 28 ซึ่งลดลงจากราคายางที่ปรับตัวเช่นเดียวกัน และเป็นผลมาจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มธุรกิจ และทางกลุ่มธุรกิจมีการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง ทั้งนี้กลุ่มธุรกิจยังคงมีการแก้ไขคุณภาพและพัฒนาการผลิตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง ให้สามารถผลิตได้ปริมาณและคุณภาพที่ดีขึ้น

                   กลุ่มบริษัทมีบริษัทย่อยและผลประกอบการ ดังต่อไปนี้

                   1. กลุ่มธุรกิจน้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูป มีกำไรก่อนภาษี 24 ล้านบาทสำหรับไตรมาส 6 เดือน ปี 2561 ซึ่งลดลงจากปีที่แล้ว 96 ล้านบาท เทียบกับงวด 6 เดือน ปี 2560 เนื่องจากราคายาง skim ลดลง ซึ่งมาจากราคาน้ำยางสดที่ลดลงปริมาณการขายของบริษัทย่อยในเซี่ยงไฮ้ (Trading) ลดลงทำให้รายได้จากการขายของกลุ่มน้ำยางข้นลดลงและต้นขายลดลงตามยอดขาย โดยต้นทุนต่อหน่วยลดลง สัดส่วนเดียวกันกับราคาขายต่อหน่วยลดลง

                  2. กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง มีกำไรก่อนภาษี 170 ล้านบาท ใน สำหรับงวด 6 เดือน ของปี 2561 ซึ่งมีกำไรเพิ่มขึ้น 174 ล้านบาท เทียบกับงวด 6 เดือน ของปี 2560 เนื่องจากการปรับปรุงระบบและขยายโรงงานของธุรกิจหมอนและที่นอนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต โดยระบบใหม่เริ่มทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2560 และธุรกิจเส้นด้ายยางยืดที่
เพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่ปี 2561 ส่งผลให้มีปริมาณสินค้าขายได้เพิ่มขึ้น และมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 413 ล้าน
บาท คิดเป็นร้อยละ 40 เทียบกับงวดเดียวกันของปี 2560โดยกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยางมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าจากประเทศจีน และจะมีการ
ขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปอีก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น

                  3. กลุ่มธุรกิจสวนยางพารา ผลประกอบการสำหรับงวด 6 เดือน ปี 2561 มีขาดทุนก่อนภาษี 43 ล้านบาท ซึ่ง มีขาดทุน
เพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำยางสดที่มีความผันผวนอย่างมาก และราคายางพาราอยู่ในระดับต่ำ และกลุ่มธุรกิจยังคง
มีค่าใช้จ่ายคงที่ซึ่งไม่ผันผวนไปตามราคายางพาราในตลาด ทำให้กลุ่มธุรกิจขาดทุน

                   สำหรับค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น มาจากกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง เนื่องจากยอดขายในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นสูง ทำให้มีการจ้างพนักงานเพิ่มมากขึ้น ส้งผลให้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและโบนัสเพิ่มขึ้น

                  ทั้งนี้กลุ่มบริษัทมีผลประกอบการดีขึ้น มาจากกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง ที่สามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้น อย่าง
มากเมื่อเทียบกับผลประกอบการสำหรับงวด 6 เดือน ของปี 2560

 

                   จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

 

ขอแสดงความนับถือ

 

         (นายวรเทพ วงศาสุทธิกุล )

                                ประธานกรรมการ

 
 
 
 
สงวนลิขสิทธ์@พุทธศักราช 2536 บริษัทไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)